blog

28/02/2011
4:44 am

มาดูการเติบโตและยอดขายของแต่ละ App Store ดังในปี 2010 กัน

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา สำนักวิจัย IHS เปิดเผยข้อมูลความสำเร็จของ Android Market ว่ามีการเติบโตสูงถึง 861.5% แต่มีอีกตัวเลขนึงที่น่าสนใจพอกันและถือว่ามีความสำคัญมากต่อนักพัฒนาคือปริมาณรายได้ (Revenue) หรือเงินที่ไหลเข้ามาในระบบ ซึ่งปรากฎว่าแอนดรอยด์ได้อันดับรั้งท้ายไปซะงั้น ดังนั้นวันนี้เลยเอามาให้ดูกันว่าแต่ละเจ้ามีการเติบโตและ Revenue เป็นยังไงบ้าง

หากเทียบเรื่องการเติบโตแล้ว Apple App Store ถือว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่มากแค่เพียง 131.9% ต่ำที่สุดในบรรดาทุก App Store ส่วนที่เติบโตสูงขึ้นอีกนิดคือ BlackBerry App World ซึ่งตลาดการซื้อแอพฯอาจจะดูเงียบๆในบ้านเราแต่การเติบโตสูงกว่าที่คาดไว้คือ 360.3% ที่เรียกว่าการเติบโตสูงปรี้ดดดดก็คงยกให้ Ovi Store และ Android Market ที่อัตราการเติบโตสูงถึง 719.4% และ 861.5% ตามลำดับ

แต่สิ่งที่สวนทางกับการเติบโตคือรายได้ที่หมุนเข้ามาในระบบเพราะ App Store ของ Apple ที่อัตราเติบโตต่ำสุดนั้นกลับมีเงินเข้ามาสูงที่สุดถึง $1,782 ล้าน หรือกินตลาดไปเหนาะๆ 82.7% !! ถึงจะลดจากเดิมที่เคยมีส่วนแบ่ง 92.8% แต่ก็ถือว่ายังสูงมากอยู่ ส่วนที่รองลงมาคือ BlackBerry App World น่าตกใจเล็กน้อยเพราะมีแอพฯน้อยเหลือเกินแต่กลับมีเงินหมุนวนเข้ามามากเป็นอันดับสองคือ $165 ล้าน ตีเป็น 7.7% คาดว่าคงเพราะแอพฯใน App World มีราคาค่อนข้างสูงถึงสูงมากนั่นเอง

ส่วนทางด้าน Ovi Store มีเงินเข้ามา $105 ล้านหรือประมาณ 4.9% นำ Android Market ซึ่งมีเงินเข้ามา $102 ล้านหรือตีเป็น 4.7% ไปเล็กน้อย

งานนี้คงจะบอกได้ย่อมๆแล้วว่า Ovi Store และ Android Market มีการเติบโตและยอดโหลดที่สูงก็จริง แต่กลับมียอดซื้อน้อยมาก ใครคิดจะทำโปรแกรมขายบน Platform เหล่านี้คงต้องวางแผนกันดีๆไม่งั้นอาจจะเจ็บตัวกันได้เหมือนกันครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Android Market ที่มีแอพฯอยู่ถึง 200,000 แอพฯโดยประมาณในขณะที่ Ovi Store มีแอพฯอยู่ 30,000 แอพฯ เมื่อเทียบปริมาณการซื้อต่อแอพฯแล้ว Ovi Store ก็ยังถือว่าเยอะกว่าของแอนดรอยด์อยู่หลายเท่านัก

ทั้งนี้เราไม่ได้หมายถึงว่าห้ามทำแอพฯบน App Store ที่มีคนซื้อน้อยๆ เพราะจริงๆแล้วต้องดูการเติบโตประกอบด้วย การที่อัตราการเติบโตมันสูงลิ่วนั่นแปลว่ามีคนใช้เยอะ และการที่มี User เยอะก็แปลว่ามีโอกาสที่โปรแกรมจะถูกโหลดและถูกใช้เยอะขึ้นตาม แค่เพียงโมเดลการขายปลีกแอพฯนั้นมันอาจจะไม่เวอร์ค ต้องปรับเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นเช่นการแจกโปรแกรมฟรีแต่หาเงินจากทางอื่นเอาเช่นการแปะ Ads หรือการแอบเนียนขายของแบบ In-App Purchase หรือแม้กระทั่งการเอา User Count ไปเคลมหาเงินจากนักลงทุน เพียงแต่แนะนำว่า “อย่าขายปลีก” ถ้าไม่อยากนั่งน้ำตานองกระซิกๆ ^^”

ซึ่งตรงนี้ก็จะเชื่อมโยงกับ Blog หน้าที่เรากำลังจะเขียนถึงเรื่อง “แอพฯฟรีแปะ Ads เวอร์คจริงหรือไม่อย่างไร” คอยติดตามครับ ^_^

Source: TechCrunch

comments